5 เรื่องที่ต้องเตรียม เมื่อผู้สูงอายุเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล
ผู้สูงอายุเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล ต้องเตรียมปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง?
การที่แพทย์อนุญาตให้ผู้สูงอายุกลับบ้านได้ ไม่ได้หมายความว่าร่างกายกลับมาแข็งแรงตามปกติแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด โรคหลอดเลือดสมอง การติดเชื้อรุนแรง หรือพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน
ในช่วงแรกหลังกลับบ้าน ผู้สูงอายุอาจยังมีอาการอ่อนแรง รับประทานอาหารได้น้อย ทรงตัวไม่ดี หรือสับสนเรื่องยา แนวทางด้านการเปลี่ยนผ่านการดูแลของ AHRQ จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนก่อนออกจากโรงพยาบาล การจัดการยา และการติดตามรักษาอย่างต่อเนื่อง
1. ตรวจสอบยาและเอกสารการรักษาให้ชัดเจน
รวบรวม ใบสรุปการรักษา รายการยา วันนัด และข้อจำกัดในการดูแล ไว้ในที่เดียว ตรวจสอบว่ายาตัวใดต้องหยุด ตัวใดเพิ่มใหม่ และรับประทานเวลาใด เพราะการกินยาซ้ำ ลืมยา หรือใช้ยาเดิมร่วมกับยาใหม่ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ ควรแบ่งยาเป็นมื้อ ใช้กล่องจัดยา และให้ผู้ดูแลหลักเป็นผู้ตรวจสอบ
2. ปรับบ้านเพื่อป้องกันการหกล้ม
หลังนอนโรงพยาบาลหลายวัน ผู้สูงอายุอาจสูญเสียกำลังกล้ามเนื้อและการทรงตัว แนวทาง STEADI ของ CDC ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงและปรับสภาพแวดล้อมเพื่อ ป้องกันผู้สูงอายุหกล้ม
ควรเก็บสายไฟและของที่กีดขวางทางเดิน เพิ่มแสงสว่าง ติดราวจับในห้องน้ำ และเตรียมเก้าอี้หรือเตียงที่ลุกนั่งได้สะดวก
3. เริ่มฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสม
ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุนอนบนเตียงตลอดทั้งวัน เพราะอาจทำให้ กล้ามเนื้อลีบ ข้อติด และเสี่ยงกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง
ควรช่วยเปลี่ยนท่า ฝึกลุกนั่ง เดิน หรือทำกายภาพบำบัดตามแผนของทีมรักษา โดยไม่ฝืนให้ออกแรงเกินความสามารถ
4. ดูแลอาหาร น้ำ และการกลืน
ผู้สูงอายุจำนวนมากรับประทานอาหารได้น้อยหลังกลับบ้าน จึงควรเตรียมอาหารที่เหมาะกับโรค มีโปรตีนและพลังงานเพียงพอ รวมถึงสังเกตอาการ ไอ สำลัก เสียงเปลี่ยน หรือหายใจเหนื่อยหลังรับประทานอาหาร
หากมีปัญหาการกลืน ไม่ควรปรับความข้นของน้ำหรืออาหารเอง ควรให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องประเมินก่อน
5. เฝ้าระวังอาการและวัด Vital Signs ตามแผน
ควรบันทึกอาการ อุณหภูมิ ชีพจร ความดันโลหิต และระดับออกซิเจน ตามคำแนะนำในใบจำหน่ายหรือแผนการรักษา ไม่จำเป็นต้องกำหนดความถี่เหมือนกันทุกคน (แนะนำวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น)
หากผู้สูงอายุมีอาการหอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ซึมหรือสับสนกะทันหัน กินหรือดื่มไม่ได้ ปัสสาวะน้อยลง ล้ม หรือมีค่า Vital Signs ผิดจากเกณฑ์ที่ทีมรักษากำหนด ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที
เมื่อครอบครัวดูแลต่อเนื่องเองไม่ไหว
หากผู้สูงอายุยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องทำกายภาพต่อเนื่อง มีความเสี่ยงสำลัก หกล้ม หรือจำเป็นต้องเฝ้าสังเกตอาการตลอดวัน ครอบครัวอาจพิจารณา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ ที่มีระบบจัดยา โภชนาการ กายภาพบำบัด และการติดตามอาการอย่างเหมาะสม
การเตรียมตัวตั้งแต่วันแรกหลังออกจากโรงพยาบาล ช่วยให้ผู้สูงอายุฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัย ลดภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสกลับเข้าโรงพยาบาลซ้ำ
บทความที่คุณอาจสนใจ
เครื่องดื่มแบบไหนเหมาะกับผู้สูงอายุ
การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด ตอนที่ 1
เนอร์สซิ่งโฮมต่างจากบ้านพักคนชราอย่างไร ?
อาการที่บ่งบอกว่า “คุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป”