สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ เกิดจากวัยหรือกำลังเสี่ยงโรคตา?

0 views | 31/08/2026

สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ เกิดจากวัยหรือกำลังเสี่ยงโรคตา?

สายตาพร่ามัวในผู้สูงอายุ เกิดจากวัยหรือกำลังเสี่ยงโรคตา?

เมื่ออายุมากขึ้น การมองเห็นอาจไม่คมชัดเหมือนเดิม หลายคนจึงคิดว่าอาการ มองไม่ชัด สายตาพร่ามัว หรืออ่านหนังสือลำบาก เป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงอายุ แต่ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเกิดได้ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย และจากโรคตาที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษา

โดยเฉพาะหากสายตาค่อย ๆ แย่ลง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะโรคตาบางชนิดอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

สายตาเปลี่ยนไปตามวัย เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ โครงสร้างและการทำงานของดวงตาจะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ เช่น เลนส์ตายืดหยุ่นน้อยลง ทำให้การปรับโฟกัสระยะใกล้ทำได้ยากขึ้น จึงอาจต้องถือหนังสือหรือโทรศัพท์ให้ไกลกว่าเดิม หรือต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นขณะอ่านหนังสือ

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการ ตามัวมากขึ้นเรื่อย ๆ มองเห็นภาพบิดเบี้ยว ลานสายตาแคบลง หรือการมองเห็นลดลงผิดปกติ อาจไม่ใช่เพียงความเสื่อมตามวัย

4 โรคตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

1. ต้อกระจก

เกิดจากเลนส์แก้วตาขุ่นมัว ซึ่งพบได้มากขึ้นตามอายุ ทำให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้น้อยลง

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • มองเห็นภาพมัวคล้ายมีหมอกบัง
  • สีของสิ่งต่าง ๆ ดูซีดลง
  • มองเห็นไม่ชัดในที่มืด
  • แพ้แสงหรือเห็นแสงฟุ้ง
  • สายตาค่อย ๆ แย่ลง

ต้อกระจกสามารถรักษาได้ โดยจักษุแพทย์จะประเมินความรุนแรงและความเหมาะสมในการผ่าตัด

2. ต้อหิน

ต้อหินเป็นโรคที่ทำลายเส้นประสาทตา และเป็นหนึ่งในโรคที่ต้องระวัง เพราะในระยะแรกผู้ป่วยจำนวนมากอาจ แทบไม่มีอาการผิดปกติ

เมื่อโรคดำเนินไป อาจเริ่มสูญเสียลานสายตารอบข้าง ทำให้มองเห็นแคบลงเรื่อย ๆ และการมองเห็นที่สูญเสียจากต้อหินไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ ดังนั้น การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญมาก

3. จุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมตามอายุ

เป็นความเสื่อมบริเวณส่วนกลางของจอประสาทตา ซึ่งเป็นบริเวณสำคัญต่อการมองเห็นรายละเอียด

ผู้สูงอายุอาจสังเกตว่า

  • มองตรงกลางภาพไม่ชัด
  • เห็นภาพบิดเบี้ยว
  • เส้นตรงดูเหมือนคดหรือโค้ง
  • มีจุดดำหรือเงาบริเวณกลางภาพ
  • อ่านหนังสือหรือจำใบหน้าคนได้ยากขึ้น

หากเริ่มมีความผิดปกติเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์

4. เบาหวานขึ้นจอตา

สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานสามารถทำลายหลอดเลือดบริเวณจอประสาทตาได้

ระยะแรกอาจยังไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อโรครุนแรงขึ้นอาจมีอาการตามัว เห็นจุดหรือเงาดำ และการมองเห็นลดลง การควบคุมระดับน้ำตาลและตรวจตาตามคำแนะนำของแพทย์จึงมีความสำคัญอย่างมาก

อาการแบบไหนไม่ควรรอ?

หากผู้สูงอายุมีอาการผิดปกติทางสายตา โดยเฉพาะ การมองเห็นลดลงอย่างฉับพลัน ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

อาการที่ควรให้ความสำคัญ เช่น

  • อยู่ ๆ มองเห็นไม่ชัดหรือมองไม่เห็น
  • ปวดตามากร่วมกับตาแดงและตามัว
  • เห็นแสงวาบหรือจุดลอยเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
  • รู้สึกเหมือนมีม่านหรือเงาดำบังการมองเห็น
  • มองเห็นภาพบิดเบี้ยวผิดปกติ
  • ลานสายตาแคบลง
  • สายตาข้างหนึ่งแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

อาการบางอย่างอาจสัมพันธ์กับภาวะทางตาที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรรอดูอาการด้วยตนเอง

ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพดวงตาอย่างไร?

การดูแลดวงตาไม่จำเป็นต้องรอให้เริ่มมองไม่ชัด ผู้สูงอายุควรตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติโรคต้อหินในครอบครัว

นอกจากนี้ควรสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง รับประทานอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมโรคประจำตัว และหากต้องใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่ง ควรใช้อย่างต่อเนื่องและถูกวิธี

อย่าคิดว่า “ตามัวเพราะแก่” เสมอไป

สายตาที่เปลี่ยนแปลงตามวัยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ อาการพร่ามัวหรือการมองเห็นที่ลดลงไม่ควรถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องของอายุเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเป็นสัญญาณของต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม หรือเบาหวานขึ้นจอตา

การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม และอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นในอนาคต

มายลักษณ์ เนอร์สซิ่งโฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงแบบครบวงจร ดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใส่ใจการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

อีเมลหาเรา

โทรหาเรา

Contact