หัวใจเต้นผิดจังหวะในผู้สูงอายุ อันตรายหรือแค่อ่อนแรง? เข้าใจให้ถูกเพื่อป้องกันทันเวลา
133 views | 14/04/2025
หัวใจเต้นผิดจังหวะในผู้สูงอายุ อันตรายแค่ไหน?
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) เป็นภาวะที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจพบได้มากในผู้สูงอายุ เนื่องจากการเสื่อมของระบบการนำไฟฟ้าหัวใจตามอายุ รวมถึงโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตทั่วโลก และ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับภาวะ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะในผู้สูงอายุ
- ความเสื่อมของเซลล์นำไฟฟ้าหัวใจ
เมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ที่ควบคุมการเต้นของหัวใจเสื่อมลง ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ง่ายขึ้น - ผลข้างเคียงของยา หรือการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน
ผู้สูงอายุมักใช้ยาหลายตัวร่วมกัน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ - โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
โรคเหล่านี้ส่งผลต่อหลอดเลือดหัวใจโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ - กล้ามเนื้อหัวใจหนา หรือหัวใจโตจากโรคประจำตัว
กล้ามเนื้อหัวใจที่หนาหรือโตขึ้นทำให้ระบบการนำไฟฟ้าผิดปกติ จนหัวใจเต้นผิดจังหวะ - ขาดโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียม
แร่ธาตุเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการส่งสัญญาณของหัวใจ หากขาดจะเพิ่มความเสี่ยง
อาการที่ควรสังเกต
- ใจสั่น หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
ผู้ป่วยจะรู้สึกหัวใจเต้นเร็วหรือแรงผิดปกติ จนรับรู้ได้ชัดเจน - เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม
เนื่องจากเลือดสูบฉีดไม่สม่ำเสมอ ทำให้สมองได้รับออกซิเจนน้อยลง - แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
หัวใจทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ร่างกายไม่มีพลังงานเพียงพอ - หายใจลำบาก หรือหายใจเร็วผิดปกติ
เป็นผลจากหัวใจที่ไม่สามารถส่งเลือดไปยังปอดและร่างกายได้ดี - หมดสติแบบกะทันหัน
กรณีรุนแรง หัวใจหยุดเต้นกะทันหันทำให้หมดสติทันที ควรรีบช่วยเหลือ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ลิ่มเลือดอุดตัน (Stroke) โดยเฉพาะชนิด AF (Atrial Fibrillation)
เป็นชนิดที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติ เกิดลิ่มเลือดได้ง่า - หัวใจล้มเหลว (Heart Failure)
หัวใจไม่สามารถบีบตัวได้ดีพอ ทำให้ร่างกายขาดเลือดและออกซิเจน - หมดสติ หรือเกิดอุบัติเหตุจากการล้ม
เมื่อหัวใจเต้นผิดปกติ จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอจนผู้ป่วยหมดสติ - เสียชีวิตแบบเฉียบพลัน หากไม่ได้รับการรักษา
หากหัวใจหยุดเต้นทันที และไม่ได้รับการช่วยชีวิต อาจเสียชีวิตทันที
แนวทางการดูแลและฟื้นฟูในผู้สูงอายุ
- ดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด
ตรวจวัดชีพจร ความดัน และติดตามสัญญาณชีพทุกวันโดยเจ้าหน้าที่ - วางแผนการรับประทานยาให้ตรงเวลา
การกินยาให้ตรงเวลาและถูกต้องช่วยควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ - ควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม
ลดไขมันอิ่มตัว น้ำตาล และโซเดียม พร้อมเพิ่มอาหารที่ดีต่อหัวใจ - ส่งเสริมกิจกรรมเบา ๆ เป็นประจำ
เช่น การเดินเล่น หรือฝึกหายใจ เพื่อให้หัวใจได้ออกแรงอย่างเหมาะสม - สนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์
พูดคุย รับฟัง และจัดกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย
บทความที่คุณอาจสนใจ
ข้อควรระวังในการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย
12,756 views | 08/12/2021
ไขความลับวิธีการสื่อสารกับผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้า
583 views | 30/04/2021
อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุล้ม เพราะอาจเกิดปัญหาต่างๆตามมา
1,039 views | 04/01/2021
การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม
1,917 views | 12/09/2020
การดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด ตอนที่ 2
1,561 views | 02/01/2020