10 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุที่เรามักคิดโดยไม่รู้ตัว
10 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุที่เรามักคิดโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจาก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวนประมาณ 13.83 ล้านคน หรือคิดเป็น ร้อยละ 21.31 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ แล้ว
ทำให้เราควรทำความเข้าใจผู้สูงวัยให้มากขึ้น หลายคนยังมีความเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่อาจไม่ถูกต้องนัก ความเชื่อผิด ๆ เหล่านี้อาจทำให้การดูแลหรือปฏิบัติต่อผู้สูงวัยไม่เหมาะสมเท่าที่ควร บทความนี้จะพาไปสำรวจ 10 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ที่หลายคนมักคิดโดยไม่รู้ตัว พร้อมทั้งอธิบายข้อเท็จจริงเพื่อปรับมุมมองในการดูแลผู้สูงวัยอย่างถูกต้องและอบอุ่นใจมากขึ้น
1. ผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ต้องพึ่งพาผู้อื่นเสมอ
หลายคนคิดว่าพอเข้าสู่วัยชราแล้ว ผู้สูงวัยจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ความจริงคือ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้ เพียงแต่อาจต้องปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมและปลอดภัย เช่น ติดราวจับในห้องน้ำหรือทางเดิน จากรายงานของหน่วยงานผู้สูงอายุพบว่าผู้สูงวัยกว่า 80% ในช่วงอายุ 60-70 ปียังทำกิจวัตรประจำวันเองได้ ดังนั้นเราไม่ควรเหมารวมว่าผู้สูงอายุทุกคนจะเป็นภาระเสมอไป
2. ผู้สูงอายุควรอยู่แต่บ้าน ไม่ต้องเข้าสังคม
ความเชื่อผิด ๆ นี้ทำให้ลูกหลานบางคนกีดกันผู้สูงวัยไม่ให้ทำกิจกรรมนอกบ้าน แต่ความจริง การเข้าสังคมมีประโยชน์ต่อสุขภาพใจและกายของผู้สูงอายุอย่างมาก จากการสำรวจของกรมสุขภาพจิตพบว่า ผู้สูงวัยที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นหรือพบปะสังสรรค์กับเพื่อนเป็นประจำ มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าต่ำกว่ากลุ่มที่แยกตัวอยู่คนเดียว การพาผู้สูงอายุออกไปพบปะญาติมิตรหรือให้เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุ จะช่วยให้ท่านรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขมากขึ้น
3. คนแก่ปรับตัวหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่ได้ (ไม้แก่ดัดยาก)
สำนวนนี้ทำให้หลายคนคิดว่าผู้สูงอายุไม่สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่หรือปรับพฤติกรรมได้ ความจริงตรงกันข้ามเลย สมองของคนเรายังมีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพียงแต่ผู้สูงวัยอาจต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นเล็กน้อย มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่เรียนรู้การใช้สมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่เริ่มหัดเล่นดนตรีและภาษาใหม่หลังเกษียณ จากงานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า การฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ ช่วยสร้างเส้นใยประสาทและกระตุ้นสมอง ทำให้ความจำและการคิดวิเคราะห์ดีขึ้นในผู้สูงวัย ดังนั้นอย่าปิดกั้นโอกาสที่ผู้สูงอายุจะลองเรียนรู้หรือทำสิ่งใหม่ เพียงสนับสนุนและให้เวลาท่าน ก็สามารถช่วยให้ผู้สูงวัยพัฒนาตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง
4. โรคภัยไข้เจ็บในวัยชราเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมเท่านั้น)
บางคนเชื่อว่าถ้าถึงวัยชราแล้วอย่างไรก็ต้องป่วยเป็นโรคนั้นโรคนี้ เพราะชะตาหรือพันธุกรรมกำหนดไว้แล้ว แต่วิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่า พันธุกรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ปัจจัยด้านการดำเนินชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาพของผู้สูงวัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระบุว่า โรคเรื้อรังหลายชนิดสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยกลางคน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การควบคุมน้ำหนัก หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้บางคนจะมีความเสี่ยงทางพันธุกรรม เช่น เบาหวานหรือโรคหัวใจ แต่หากดูแลตนเองดีก็สามารถชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเกิดโรคเหล่านั้นได้ อายุที่ยืนยาวอย่างแข็งแรงนั้นสร้างได้จากพฤติกรรมสุขภาพที่ดี มิใช่โชคชะตาเพียงอย่างเดียว
5. ผู้สูงวัยต้องทานอาหารเสริมและวิตามินจำนวนมาก
มีความเข้าใจผิดว่าผู้สูงอายุต้องกินวิตามินหรืออาหารเสริมหลากชนิดเพื่อให้แข็งแรง แต่ความจริงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุระบุว่า หากผู้สูงวัยได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งวิตามินเสริมเพิ่มเติม การทานอาหารที่หลากหลาย เน้นผักผลไม้ โปรตีนไร้ไขมัน และดื่มน้ำมากพอ จะช่วยให้ผู้สูงวัยได้รับสารอาหารครบถ้วน การรับประทานอาหารเสริมโดยไม่ปรึกษาแพทย์อาจส่งผลเสีย เช่น วิตามินบางชนิดทานเกินขนาดอาจสะสมและเป็นอันตรายได้ ดังนั้นควรเน้นโภชนาการที่ดีจากอาหารเป็นหลัก และใช้อาหารเสริมเฉพาะตามความจำเป็นหรือคำแนะนำของแพทย์
6. ผู้สูงอายุเจ็บป่วยบ่อยเป็นเรื่องธรรมดา
หลายคนคิดว่าการที่ผู้สูงวัยมีอาการเจ็บป่วยบ่อย ๆ เป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับ แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดที่อาจทำให้ละเลยการดูแลสุขภาพ ความจริงคือแม้ร่างกายจะเสื่อมถอยตามวัย แต่การเจ็บป่วยบ่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ต้องเกิดกับทุกคน โรคหลายอย่างในวัยชราสามารถป้องกันหรือรักษาให้ดีขึ้นได้หากเอาใจใส่ เช่น โรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานสามารถควบคุมได้ด้วยการกินอาหารสุขภาพและออกกำลังกาย จากคำแนะนำของแพทย์ผู้สูงอายุ เราควรพาผู้สูงวัยไปตรวจสุขภาพประจำปีและไม่มองข้ามอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะการตรวจพบปัญหาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงทีและผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
7. แก่ตัวแล้ว ออกกำลังกายไปก็สายเกินไปหรือไม่ได้ผล
ความเชื่อนี้ทำให้ผู้สูงวัยหลายคนหยุดทำกิจกรรมทางกายเพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์ แต่ความจริง การออกกำลังกายมีประโยชน์กับคนทุกวัย รวมถึงผู้สูงอายุด้วย องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าผู้สูงวัยควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพหัวใจ กล้ามเนื้อ และความยืดหยุ่นของข้อต่อ ไม่จำเป็นต้องเป็นการออกกำลังหนัก ๆ การเดินเล่น โยคะสำหรับผู้สูงอายุ หรือบริหารร่างกายเบา ๆ เป็นประจำก็ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดความเสี่ยงการหกล้มได้ มีงานวิจัยพบว่า ผู้สูงวัยที่เริ่มออกกำลังแม้ในวัย 70-80 ปี ยังสามารถพัฒนากล้ามเนื้อและความสมดุลได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังเลย ฉะนั้นไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มดูแลร่างกาย
8. ความทรงจำต้องเสื่อมถอยและสมองเสื่อมเป็นเรื่องปกติเมื่อแก่ตัว
เป็นความเชื่อที่พบได้บ่อยว่าผู้สูงอายุต้องหลงลืมเก่งและสุดท้ายจะเป็นโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) ทุกคน แต่ในความจริง การหลงลืมเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเรื่องปกติของวัยที่เพิ่มขึ้นก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเป็นโรคสมองเสื่อม ผู้สูงวัยจำนวนมากยังคงมีความจำดี โดยเฉพาะถ้าได้ฝึกใช้สมองอยู่เสมอ เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกสมอง หรือเข้าสังคมพูดคุยกับผู้อื่น ในปี พ.ศ. 2564 กรมกิจการผู้สูงอายุรายงานว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะสมองเสื่อมมากกว่า 680,000 คน คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 6 ของประชากรผู้สูงอายุทั้งหมดในขณะนั้น โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากการศึกษาและการรวบรวมข้อมูลของ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย และการตรวจคัดกรองความจำเป็นระยะสามารถช่วยให้พบโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ และชะลอการเสื่อมของสมองได้ ฉะนั้นไม่ควรตีตราว่าผู้สูงวัยทุกคนต้องขี้หลงขี้ลืมหรือสติไม่ดีเสมอไป และควรกระตุ้นให้ท่านได้ใช้สมองและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
9. วัยชราเป็นวัยที่เหงาและซึมเศร้าเป็นธรรมดา
เรามักเห็นภาพผู้สูงอายุที่นั่งเหงา ๆ หรือไม่มีความสุขจนกลายเป็นความเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติ แต่แท้จริงแล้ว ภาวะซึมเศร้าหรือความเหงาไม่ใช่เรื่องปกติของการสูงวัย หากผู้สูงอายุเกิดความรู้สึกเศร้าหรือหมดหวังต่อเนื่อง ควรได้รับการดูแลหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะโรคซึมเศร้าในผู้สูงวัยสามารถรักษาได้เหมือนในวัยอื่น ๆ นอกจากนี้ การที่ผู้สูงวัยจะมีความสุขหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่ทำด้วย จากรายงานของกรมสุขภาพจิต ผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมที่มีความหมายทำ เช่น ดูแลสวน อ่านหนังสือ เข้าวัดทำบุญ หรือทำงานอาสาสมัคร มีแนวโน้มจะมีสุขภาพจิตที่ดีและรู้สึกมีคุณค่าในตนเองมากกว่า ฉะนั้นลูกหลานควรเอาใจใส่ด้านจิตใจของผู้สูงวัย หาโอกาสพูดคุยหรือชวนทำกิจกรรมที่ท่านสนใจ เพื่อป้องกันความรู้สึกโดดเดี่ยวและส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีชีวิตชีวา
10. ผู้สูงวัยตามเทคโนโลยีไม่ทันและไม่สนใจใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ
เป็นความเชื่อที่ว่าโลกดิจิทัลเป็นเรื่องของคนหนุ่มสาวเท่านั้น ผู้สูงอายุไม่สามารถเรียนรู้หรือไม่สนใจในเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ความจริง ผู้สูงวัยยุคปัจจุบันเปิดรับเทคโนโลยีมากกว่าที่หลายคนคิด สังเกตได้จากผู้สูงอายุจำนวนมากที่ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อคุย LINE กับลูกหลาน หรือเล่นเฟซบุ๊กเพื่อติดตามข่าวสาร ข้อมูลปี 2567 จากมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ผู้สูงอายุไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 70% ของผู้สูงอายุทั้งหมด และมากกว่า 95% ของคนวัย 50+ ในเขตเมืองมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนใช้เป็นของตัวเอง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุก็ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้ หากเทคโนโลยีนั้นใช้ง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของพวกเขา ที่สำคัญคือผู้สูงวัยหลายคนพร้อมเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือใหม่ ๆ หากมีคนสอนหรือคู่มือที่เข้าใจง่าย ดังนั้นเราไม่ควรเหมารวมว่าผู้สูงวัยจะ “หัวโบราณ” เสมอไป จริง ๆ แล้วท่านสามารถสนุกกับการเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้เช่นเดียวกับคนวัยหนุ่มสาว
สรุป: ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุเหล่านี้ หากเราเผลอยึดถือโดยไม่ไตร่ตรอง อาจทำให้ผู้สูงวัยถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม การปรับมุมมองและทำความเข้าใจข้อเท็จจริงจะช่วยให้เราดูแลผู้สูงอายุได้ดียิ่งขึ้น ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ คนวัยนี้ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า มีสุขภาพกายใจที่ดี และมีความสุขกับครอบครัวได้หากได้รับโอกาสที่เหมาะสม ในฐานะลูกหลานหรือผู้ดูแล เราควรใส่ใจความต้องการที่แท้จริงของผู้สูงวัย และสนับสนุนให้ท่านทำกิจกรรมที่ชอบในสังคมที่เหมาะสม MyLuck Nursing Home เข้าใจถึงความสำคัญของมุมมองเหล่านี้ในการดูแลผู้สูงอายุ เรามุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวมที่ให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านสุขภาพกาย ใจ และการมีส่วนร่วมในสังคมอย่างสมวัย หากคุณกำลังมองหา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ใส่ใจและเข้าใจในความต้องการของผู้สูงวัยอย่างแท้จริง MyLuck พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะดูแลคนที่คุณรักด้วยความอบอุ่นและมืออาชีพ
บทความที่คุณอาจสนใจ
การป้องกันและวิธีรักษาแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียง
ร้อนนี้อันตราย! กับ 3 โรคร้าย ที่ผู้สูงอายุต้องระวัง
กินอะไรเสี่ยงต่อการเป็นเก๊าท์ ? เรามีคำตอบ
ผู้สูงอายุกับความเสี่ยงโรคโควิด 19 (Covid-19)