โรคไตเรื้อรังมีกี่ระยะ และอันตรายแค่ไหน? เรื่องสำคัญที่ลูกหลานต้องรู้เมื่อผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโรคนี้
โรคไตเรื้อรังเป็นโรคเงียบที่ค่อยๆ ทำลายการทำงานของไตอย่างต่อเนื่องโดยไม่ค่อยมีสัญญาณเตือนชัดเจน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวสะสมหรือร่างกายเสื่อมตามวัย หากตรวจเจอช้า อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอด หรือจำเป็นต้องฟอกไตตลอดชีวิต ดังนั้น การรู้เท่าทันโรคนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงวัยในบ้าน
โรคไตเรื้อรังมีกี่ระยะ?
โรคไตเรื้อรังแบ่งเป็น 5 ระยะ โดยดูจากค่า GFR (อัตราการกรองของไต)
ระยะที่ 1 ไตเริ่มเสียหาย แต่ยังทำงานเกือบปกติ
- มักไม่มีอาการ
- หากตรวจเจอโปรตีนในปัสสาวะ ควรเริ่มควบคุมอาหาร ลดหวาน เค็ม มัน
ระยะที่ 2 การทำงานของไตเริ่มลดลงเล็กน้อย
- อาจเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ตัวบวมเล็กน้อย
- ต้องติดตามผลเลือดและดูแลอาหารอย่างจริงจัง
ระยะที่ 3 ไตทำงานลดลงปานกลาง
- อาการเริ่มชัด เช่น ขาบวม เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ
- เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น โลหิตจาง กระดูกพรุน
ระยะที่ 4 ไตทำงานต่ำมาก
- ของเสียคั่ง ทำให้คลื่นไส้ คันตามตัว บวมมาก
- ต้องเตรียมแผนการรักษา เช่น ฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต
ระยะที่ 5 ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
- ไตแทบไม่ทำงาน
- ต้องฟอกไตทันที ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ผู้สูงอายุเสี่ยงโรคไตเรื้อรังมากกว่าคนทั่วไป เพราะอะไร?
- การเสื่อมของไตตามวัย
- การมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน
- ดื่มน้ำน้อย
- รับประทานยาลดอักเสบ/ยาแก้ปวดเป็นประจำ
- ภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่าย
- การขาดคนดูแล หรือดูแลตนเองได้ไม่ดี
ผู้สูงอายุหลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นโรคไต เพราะอาการมักคล้าย “ความเหนื่อยล้าปกติของวัยชรา” จึงยิ่งเสี่ยงตรวจพบโรคช้ากว่าปกติ
โรคไตเรื้อรังอันตรายแค่ไหนสำหรับผู้สูงอายุ?
หากดูแลไม่เหมาะสม ผู้สูงอายุอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนดังนี้:
- ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
- หัวใจล้มเหลว
- น้ำท่วมปอด
- ภาวะเลือดเป็นกรด
- ภาวะอิเล็กโทรไลต์ผิดปกติ (อันตรายมาก อาจทำให้หัวใจหยุดเต้น)
- ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย
- จำเป็นต้องฟอกไตอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งอายุมาก ยิ่งเสี่ยงอาการทรุดเร็วกว่า เพราะร่างกายฟื้นตัวได้ช้า
ผู้สูงอายุควรตรวจอะไรบ้าง เพื่อคัดกรองโรคไตเรื้อรัง?
- ตรวจเลือดดูค่า GFR และ Creatinine
เป็นตัวบอกว่าไตยังทำงานได้แค่ไหน - ตรวจปัสสาวะ
ดูโปรตีน และการติดเชื้อ - ตรวจระดับน้ำตาลและความดัน
เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไต - ตรวจเกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส
เพื่อสังเกตภาวะแทรกซ้อนในเลือด - ตรวจอัลตราซาวด์ไต
ดูความผิดปกติของรูปทรงและขนาดไต
การตรวจปีละครั้งช่วยให้เจอโรคเร็ว และป้องกันไม่ให้เข้าสู่ระยะที่ต้องฟอกไต
การดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคไตเรื้อรัง
- ควบคุมอาหาร ลดเค็ม ลดโปรตีนสูง
- ดื่มน้ำตามเหมาะสม (ตามแพทย์แนะนำ)
- ตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ
- ดูแลภาวะแทรกซ้อน เช่น บวมน้ำ โลหิตจาง
- ออกกำลังกายเบาๆ
- มีผู้ดูแลใกล้ชิดเพื่อติดตามอาการ
หลายครอบครัวมักดูแลลำบาก เพราะผู้สูงอายุจำกัดการเดิน เคี้ยวอาหารไม่ดี หรือต้องคุมอาหารอย่างเข้มงวด จึงต้องการผู้ดูแลที่มีความรู้เฉพาะด้าน
หากดูแลเองไม่ไหว “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” คือคำตอบ
โรคไตเรื้อรังต้องดูแลอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การติดตามอาการ หรือการสังเกตภาวะแทรกซ้อน หากลูกหลานไม่มีเวลา หรือกลัวพลาดการดูแลสำคัญ การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีทีมพยาบาลและผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
ทำไมควรเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ?
- มีพยาบาลดูแลใกล้ชิด 24 ชั่วโมง
- ควบคุมอาหารสำหรับผู้ป่วยไตโดยผู้เชี่ยวชาญ
- ตรวจวัดสัญญาณชีพและอาการบวมเป็นประจำ
- เฝ้าระวังอาการน้ำเกิน หัวใจล้มเหลว หรือแทรกซ้อนอื่นๆ
- ช่วยจัดตารางพบแพทย์และติดตามผลตรวจ
- ผู้สูงอายุได้พักผ่อนอย่างปลอดภัย ลดภาวะเครียดและภาระของครอบครัว
รู้เร็วกว่า ป้องกันได้มากกว่า
โรคไตเรื้อรังเป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายอย่างยิ่งหากตรวจพบช้า แต่สามารถชะลอโรคได้ด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ควบคุมอาหาร และมีผู้ดูแลที่เข้าใจโรคนี้จริงๆ
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ช่วยดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาไต หรือกังวลว่าจะดูแลไม่ไหว มายลักษณ์ เนอร์สซิ่งโฮม พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดและปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน
บทความที่คุณอาจสนใจ
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวังในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง
ร้อนนี้อันตราย! กับ 3 โรคร้าย ที่ผู้สูงอายุต้องระวัง
เครื่องดื่มแบบไหนเหมาะกับผู้สูงอายุ
การเลือกศูนย์ดูแลผู้ป่วยและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ดี ต้องดูอะไรบ้าง