โรคไตเรื้อรังมีกี่ระยะ และอันตรายแค่ไหน? เรื่องสำคัญที่ลูกหลานต้องรู้เมื่อผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโรคนี้

8 views | 25/11/2025

โรคไตเรื้อรังมีกี่ระยะ และอันตรายแค่ไหน? เรื่องสำคัญที่ลูกหลานต้องรู้เมื่อผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโรคนี้

โรคไตเรื้อรังเป็นโรคเงียบที่ค่อยๆ ทำลายการทำงานของไตอย่างต่อเนื่องโดยไม่ค่อยมีสัญญาณเตือนชัดเจน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวสะสมหรือร่างกายเสื่อมตามวัย หากตรวจเจอช้า อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอด หรือจำเป็นต้องฟอกไตตลอดชีวิต ดังนั้น การรู้เท่าทันโรคนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงวัยในบ้าน

โรคไตเรื้อรังมีกี่ระยะ?

โรคไตเรื้อรังแบ่งเป็น 5 ระยะ โดยดูจากค่า GFR (อัตราการกรองของไต)

ระยะที่ 1 ไตเริ่มเสียหาย แต่ยังทำงานเกือบปกติ

  • มักไม่มีอาการ
  • หากตรวจเจอโปรตีนในปัสสาวะ ควรเริ่มควบคุมอาหาร ลดหวาน เค็ม มัน

ระยะที่ 2 การทำงานของไตเริ่มลดลงเล็กน้อย

  • อาจเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ตัวบวมเล็กน้อย
  • ต้องติดตามผลเลือดและดูแลอาหารอย่างจริงจัง

ระยะที่ 3 ไตทำงานลดลงปานกลาง

  • อาการเริ่มชัด เช่น ขาบวม เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ
  • เสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น โลหิตจาง กระดูกพรุน

ระยะที่ 4 ไตทำงานต่ำมาก

  • ของเสียคั่ง ทำให้คลื่นไส้ คันตามตัว บวมมาก
  • ต้องเตรียมแผนการรักษา เช่น ฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต

ระยะที่ 5 ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

  • ไตแทบไม่ทำงาน
  • ต้องฟอกไตทันที ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ผู้สูงอายุเสี่ยงโรคไตเรื้อรังมากกว่าคนทั่วไป เพราะอะไร?

  • การเสื่อมของไตตามวัย
  • การมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน
  • ดื่มน้ำน้อย
  • รับประทานยาลดอักเสบ/ยาแก้ปวดเป็นประจำ
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่าย
  • การขาดคนดูแล หรือดูแลตนเองได้ไม่ดี

ผู้สูงอายุหลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นโรคไต เพราะอาการมักคล้าย “ความเหนื่อยล้าปกติของวัยชรา” จึงยิ่งเสี่ยงตรวจพบโรคช้ากว่าปกติ


โรคไตเรื้อรังอันตรายแค่ไหนสำหรับผู้สูงอายุ?

โรคไตเรื้อรังอันตรายแค่ไหนสำหรับผู้สูงอายุ?

หากดูแลไม่เหมาะสม ผู้สูงอายุอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนดังนี้:

  • ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
  • หัวใจล้มเหลว
  • น้ำท่วมปอด
  • ภาวะเลือดเป็นกรด
  • ภาวะอิเล็กโทรไลต์ผิดปกติ (อันตรายมาก อาจทำให้หัวใจหยุดเต้น)
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย
  • จำเป็นต้องฟอกไตอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งอายุมาก ยิ่งเสี่ยงอาการทรุดเร็วกว่า เพราะร่างกายฟื้นตัวได้ช้า

ผู้สูงอายุควรตรวจอะไรบ้าง เพื่อคัดกรองโรคไตเรื้อรัง?

  • ตรวจเลือดดูค่า GFR และ Creatinine
    เป็นตัวบอกว่าไตยังทำงานได้แค่ไหน
  • ตรวจปัสสาวะ
    ดูโปรตีน และการติดเชื้อ
  • ตรวจระดับน้ำตาลและความดัน
    เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไต
  • ตรวจเกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส
    เพื่อสังเกตภาวะแทรกซ้อนในเลือด
  • ตรวจอัลตราซาวด์ไต
    ดูความผิดปกติของรูปทรงและขนาดไต

การตรวจปีละครั้งช่วยให้เจอโรคเร็ว และป้องกันไม่ให้เข้าสู่ระยะที่ต้องฟอกไต

การดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคไตเรื้อรัง

  • ควบคุมอาหาร ลดเค็ม ลดโปรตีนสูง
  • ดื่มน้ำตามเหมาะสม (ตามแพทย์แนะนำ)
  • ตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ
  • ดูแลภาวะแทรกซ้อน เช่น บวมน้ำ โลหิตจาง
  • ออกกำลังกายเบาๆ
  • มีผู้ดูแลใกล้ชิดเพื่อติดตามอาการ

หลายครอบครัวมักดูแลลำบาก เพราะผู้สูงอายุจำกัดการเดิน เคี้ยวอาหารไม่ดี หรือต้องคุมอาหารอย่างเข้มงวด จึงต้องการผู้ดูแลที่มีความรู้เฉพาะด้าน

หากดูแลเองไม่ไหว “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” คือคำตอบ

โรคไตเรื้อรังต้องดูแลอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การติดตามอาการ หรือการสังเกตภาวะแทรกซ้อน หากลูกหลานไม่มีเวลา หรือกลัวพลาดการดูแลสำคัญ การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีทีมพยาบาลและผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

ทำไมควรเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ?

  • มีพยาบาลดูแลใกล้ชิด 24 ชั่วโมง
  • ควบคุมอาหารสำหรับผู้ป่วยไตโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • ตรวจวัดสัญญาณชีพและอาการบวมเป็นประจำ
  • เฝ้าระวังอาการน้ำเกิน หัวใจล้มเหลว หรือแทรกซ้อนอื่นๆ
  • ช่วยจัดตารางพบแพทย์และติดตามผลตรวจ
  • ผู้สูงอายุได้พักผ่อนอย่างปลอดภัย ลดภาวะเครียดและภาระของครอบครัว

รู้เร็วกว่า ป้องกันได้มากกว่า

โรคไตเรื้อรังเป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายอย่างยิ่งหากตรวจพบช้า แต่สามารถชะลอโรคได้ด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ควบคุมอาหาร และมีผู้ดูแลที่เข้าใจโรคนี้จริงๆ

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่ช่วยดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาไต หรือกังวลว่าจะดูแลไม่ไหว มายลักษณ์ เนอร์สซิ่งโฮม พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดและปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน

 

อีเมลหาเรา

โทรหาเรา

Contact