เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใกล้บ้าน ดีไหม? 6 ข้อสำคัญที่ต้องรู้
เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใกล้บ้าน ดีไหม?
ทุกวันนี้เวลาที่ครอบครัวมองหา สถานดูแลผู้สูงวัย มักจะค้นหาบน Google ด้วยคำว่า “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใกล้ฉัน” เพื่อดูว่ามีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ไหนดีๆ อยู่ใกล้บ้านหรือไม่ การเลือกศูนย์ที่ใกล้บ้านย่อมมีข้อดีเรื่องการเดินทางที่สะดวก ญาติๆ สามารถไปเยี่ยมได้บ่อยและง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไม่ควรดูแค่ระยะทาง เราควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เพื่อให้คนที่คุณรักได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและมีคุณภาพอย่างแท้จริง บทความนี้จะพาคุณไปดูเช็กลิสต์ 6 ข้อที่ควรพิจารณาเมื่อจะเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลบ้านก็ตาม
ปัจจัยสำคัญในการเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
1. บุคลากรและประสบการณ์ของผู้ดูแล
ปัจจัยแรกที่ต้องคำนึงถึงคือทีมผู้ดูแลและพยาบาลในศูนย์ มีพยาบาลวิชาชีพ ทีมแพทย์ หรือผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางประจำอยู่หรือไม่ ผู้ดูแลที่มีประสบการณ์จะสังเกตอาการผิดปกติของผู้สูงอายุได้รวดเร็ว เช่น สัญญาณอาการโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) หรือภาวะฉุกเฉินอื่นๆ หากศูนย์ใช้ผู้ดูแลที่ขาดประสบการณ์หรือไม่ใช่พยาบาลเลย ความเสี่ยงที่อาการเจ็บป่วยจะถูกมองข้ามก็จะสูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การรักษาล่าช้าและเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะในกรณีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเฉพาะ (เช่น พาร์กินสัน หรือภาวะสมองเสื่อม) ควรเลือกศูนย์ที่มีบุคลากรเข้าใจการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้เป็นพิเศษ
2. สถานที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์
ตรวจสอบว่าสถานที่ของศูนย์ออกแบบเหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่ ศูนย์บางแห่งอาจดัดแปลงมาจากบ้านพักอาศัยทั่วไป ซึ่งอาจไม่ได้รองรับความต้องการของผู้สูงวัยอย่างเต็มที่ ควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน เช่น
- มีทางลาดสำหรับรถเข็นหรือไม่
- พื้นห้องน้ำและทางเดินเป็นวัสดุกันลื่นหรือเปล่า มีราวจับตามจุดต่างๆ เพื่อป้องกันการล้มไหม
- ทำเลที่ตั้งของศูนย์ควรเข้าถึงได้ง่าย ถนนทางเข้าไม่เปลี่ยวหรือแคบจนรถพยาบาลเข้า-ออกลำบาก มีที่จอดรถ บรรยากาศโดยรอบควรโปร่งโล่ง
- มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทดี สถานที่ที่ดีจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
- ในกรณีผู้ป่วยที่ต้องการอุปกรณ์พิเศษ เช่น ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตหรือผู้ป่วยติดเตียง ก็ควรตรวจสอบว่าศูนย์มีอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้าย เตียงปรับระดับ หรือเครื่องช่วยพยุงเดินพร้อมให้บริการหรือไม่
3. ความสะอาด สุขอนามัย และมาตรการป้องกันโรค
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ดีต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ทั้งบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ห้องพัก และห้องน้ำ กลิ่นภายในศูนย์ เป็นตัวบ่งชี้หนึ่งที่สังเกตได้ง่าย หากเดินเข้าไปแล้วมีกลิ่นสะอาดสดชื่น ไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นปัสสาวะ-อุจจาระรุนแรง แสดงว่าศูนย์นั้นดูแลเรื่องสุขอนามัยได้ดี ผู้สูงวัยมักภูมิคุ้มกันต่ำ การรักษาความสะอาดจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคและการติดเชื้อต่างๆ ควรถามด้วยว่าศูนย์มีมาตรการตรวจสุขภาพหรือคัดกรองโรคเป็นประจำหรือไม่ (เช่น การตรวจโควิด, ฉีดวัคซีนไข้หวัดให้ผู้สูงอายุ) รวมถึงการทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิวและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นกิจวัตรหรือเปล่า
4. ราคาและความคุ้มค่า
ค่าใช้จ่ายเป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เปรียบเทียบราคาของศูนย์ที่สนใจกับบริการที่ได้รับว่าเหมาะสมหรือไม่ ศูนย์ที่ใกล้บ้านอาจมีราคาถูกหรือแพงกว่าแห่งที่ไกลออกไปก็ได้ ทั้งนี้ควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนว่าค่าบริการที่เรียกรวมอะไรบ้าง เช่น รวมค่าดูแลพื้นฐาน, อาหารครบทุกมื้อ, กิจกรรมสันทนาการ, ค่าพยาบาลหรือแพทย์ตรวจเยี่ยม, ค่าเวชภัณฑ์และยา ฯลฯ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรที่ต้องจ่ายต่างหากหรือไม่ บางแห่งค่าใช้จ่ายอาจดูถูกกว่าแต่ให้บริการน้อยกว่า เทียบกับบางที่ที่คิดราคาสูงกว่าแต่มีบริการครบครันและมีความเชี่ยวชาญมากกว่า อย่าลืมพิจารณาว่าสิ่งใดคุ้มค่าสำหรับความต้องการของผู้สูงอายุของเรา (ถูกที่สุดอาจไม่ใช่ดีที่สุดเสมอไป)
5. ความใกล้โรงพยาบาลและการรับมือเหตุฉุกเฉิน
นอกจากดูระยะทางจากบ้านแล้ว ควรดูด้วยว่าศูนย์นั้นอยู่ใกล้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลขนาดไหน โดยเฉพาะหากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวที่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ หรือมีความเสี่ยงต้องพบแพทย์ฉุกเฉิน การที่ศูนย์อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลจะอุ่นใจกว่า ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น หกล้มกระดูกหัก หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์ที่อยู่ในระยะทางซึ่งสามารถส่งตัวถึงโรงพยาบาลได้เร็วจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้ ยกตัวอย่าง ถ้าเลือกได้ ควรเลือกศูนย์ที่อยู่ห่างบ้านไม่เกินประมาณ 30 นาที ในการเดินทาง เพื่อให้ญาติมาเยี่ยมสะดวกและส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเส้นทางและการจราจรด้วย) นอกจากนี้สอบถามด้วยว่าศูนย์มีระบบติดต่อแพทย์หรือรถพยาบาลฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ เพื่อความมั่นใจว่าหากเกิดอะไรขึ้น ผู้สูงอายุจะได้รับการช่วยเหลือทันที
6. รูปแบบห้องพักและบรรยากาศความเป็นอยู่
ศูนย์แต่ละแห่งอาจมีทางเลือกเรื่องที่พักต่างกัน เช่น ห้องพักรวม (นอนหลายคน) หรือ ห้องพักเดี่ยว ส่วนตัว หากผู้สูงอายุของคุณชอบความเป็นส่วนตัว อาจต้องเลือกศูนย์ที่มีห้องเดี่ยวพร้อมห้องน้ำในตัว เพื่อให้ท่านรู้สึกสบายใจเหมือนอยู่บ้าน แต่ถ้าผู้สูงอายุชอบมีเพื่อนคุยคลายเหงา การพักห้องรวมที่มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดี นอกจากนี้ดูว่าในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบไหม เช่น เตียงปรับไฟฟ้า, สัญญาณกดเรียกพยาบาล, ห้องน้ำปลอดภัย ฯลฯ บรรยากาศโดยรวมของศูนย์ก็สำคัญ ควรเป็นที่ที่ผู้สูงวัยรู้สึกอบอุ่น มีพื้นที่ส่วนกลางให้ทำกิจกรรมหรือพักผ่อน จะช่วยให้ท่านไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป การเยี่ยมชมสถานที่จริงก่อนตัดสินใจจะทำให้เห็นภาพบรรยากาศและสภาพความเป็นอยู่จริงของผู้สูงอายุในศูนย์นั้นๆ ได้ชัดเจนขึ้น
ศูนย์ใกล้บ้านดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับคุณภาพการดูแล
การเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ใกล้บ้านมีข้อดีเรื่องความสะดวกในการเดินทางและการเยี่ยมเยียน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าปัจจัยสำคัญที่สุดคือคุณภาพการดูแลและความปลอดภัยของผู้สูงวัย ศูนย์ที่อยู่ใกล้บ้านจะเป็นตัวเลือกที่ดี ก็ต่อเมื่อมีมาตรฐานการดูแลที่ไว้ใจได้ หากศูนย์ใกล้บ้านขาดสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการ เช่น บุคลากรที่เชี่ยวชาญหรืออุปกรณ์ที่ครบครัน การพิจารณาศูนย์ที่อยู่ไกลออกไปแต่มีคุณภาพดีกว่าอาจคุ้มค่ากว่า เพราะสุขภาพและความปลอดภัยของคนที่คุณรักต้องมาก่อนเสมอ ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย คุณอาจทำเช็กลิสต์จากปัจจัยทั้ง 6 ข้อข้างต้น เปรียบเทียบระหว่างศูนย์แต่ละแห่งที่สนใจ ลองถามตัวเองว่า “ถ้าเป็นเรา เราอยากอยู่ที่ศูนย์นี้ไหม?”
บทสรุปคือ เลือกสถานที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลและทำให้คุณสบายใจที่สุด ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลบ้าน ขอให้คุณได้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ดีที่สุดสำหรับคนสำคัญของคุณ
บทความที่คุณอาจสนใจ
ข้อควรระวังในการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย
ผู้สูงอายุกับวัยที่ต้องการกำลังใจและผู้รับฟัง
การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด
ผู้สูงอายุเบื่ออาหาร ทำไงดี ที่นี่มีคำตอบ