ผู้ป่วยติดเตียง มือบวม เท้าบวม เกิดจากอะไร ควรดูแลอย่างไร

2 views | 10/05/2026

ผู้ป่วยติดเตียง มือบวม เท้าบวม เกิดจากอะไร ควรดูแลอย่างไร

ผู้ป่วยติดเตียง มือบวม เท้าบวม เกิดจากอะไร?

อาการ “มือบวม เท้าบวม” ในผู้ป่วยติดเตียง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวน้อยหรือจำเป็นต้องนอนบนเตียงเป็นเวลานาน หลายครอบครัวอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติของการนอนนาน แต่ในความเป็นจริง อาการบวมอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะบวมในผู้ป่วยติดเตียงมักเกิดจาก “ภาวะบวมน้ำ” หรือการมีของเหลวคั่งอยู่ในเนื้อเยื่อ ทำให้มือ เท้า หรือขาดูพอง ผิวตึง และบางรายอาจกดแล้วเป็นรอยบุ๋มได้ หากปล่อยไว้นานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อแผลกดทับ ผิวหนังเปราะบาง และการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ทำไมผู้ป่วยติดเตียงถึงมีอาการมือบวม เท้าบวม?

นอนนาน ขยับตัวน้อย เลือดไหลเวียนไม่ดี

อาการเท้าบวมในผู้ป่วยติดเตียงจากการนอนนานและการไหลเวียนเลือดไม่ดี 

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ “Dependent Edema” หรืออาการบวมจากการอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป เมื่อผู้ป่วยไม่ค่อยขยับร่างกาย การไหลกลับของเลือดและน้ำเหลืองจะลดลง ทำให้ของเหลวคั่งบริเวณปลายมือ ปลายเท้า หรือขาส่วนล่างได้ง่าย

อาการลักษณะนี้มักพบในผู้สูงอายุที่:

  • นอนติดเตียง
  • นั่งรถเข็นเป็นเวลานาน
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ขยับตัวเองไม่ได้

โรคที่อาจทำให้ผู้ป่วยติดเตียงบวมมากขึ้น

แม้อาการบวมจะเกิดจากการนอนนานได้ แต่อีกหลายกรณีอาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวที่ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์

2. โรคหัวใจ

หากหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี ของเหลวจะคั่งในร่างกายมากขึ้น ทำให้เกิดอาการบวมที่เท้า ขา หรือมือ บางรายอาจมีอาการเหนื่อยง่าย หอบ หรือแน่นหน้าอกร่วมด้วย

3. โรคไต

ไตมีหน้าที่ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ หากไตทำงานผิดปกติ ร่างกายจะขับน้ำออกได้ลดลง ทำให้เกิดอาการบวม โดยเฉพาะบริเวณเท้า มือ และใบหน้า

4. โรคตับ

ผู้ป่วยโรคตับบางรายอาจมีระดับโปรตีนในเลือดต่ำ ส่งผลให้ของเหลวรั่วออกจากหลอดเลือดและเกิดอาการบวมได้ง่าย

5. ภาวะโปรตีนในเลือดต่ำ

ในผู้สูงอายุที่กินได้น้อย น้ำหนักลด หรือขาดสารอาหาร ร่างกายอาจมีโปรตีนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการบวมตามแขนขาได้เช่นกัน

6. ผลข้างเคียงจากยา

ยาบางชนิด เช่น ยาความดัน ยาสเตียรอยด์ หรือยาบางกลุ่มที่ใช้รักษาโรคหัวใจ อาจทำให้เกิดอาการบวมได้ ผู้ดูแลจึงควรแจ้งแพทย์หากเริ่มมีอาการหลังเปลี่ยนยา

7. ภาวะน้ำเหลืองคั่ง

หากระบบน้ำเหลืองระบายของเหลวได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการบวมเรื้อรัง โดยเฉพาะบวมแข็งหรือบวมข้างเดียว

อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์?

สิ่งสำคัญคือผู้ดูแลควรสังเกตว่าอาการบวมเกิดขึ้น “ข้างเดียว” หรือ “สองข้าง” รวมถึงมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่

ผู้ดูแลกำลังตรวจอาการบวมผิดปกติของผู้ป่วยติดเตียง 

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรปล่อยไว้

  • บวมเฉียบพลัน
  • บวมข้างเดียว
  • ปวด แดง ร้อน
  • ผิวตึงเงามากผิดปกติ
  • หายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก
  • น้ำหนักขึ้นเร็ว
  • ใส่รองเท้าหรือแหวนไม่ได้
  • มีไข้ร่วมกับอาการบวม

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับ:

  • ลิ่มเลือดอุดตัน
  • การติดเชื้อ
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • โรคไตหรือโรคตับที่รุนแรงขึ้น

การยกขาสูงและทำกายภาพเบา ๆ ช่วยลดอาการบวมในผู้ป่วยติดเตียง 

วิธีดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่มีอาการมือบวม เท้าบวม

การดูแลเบื้องต้นสามารถช่วยลดอาการบวมและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้

เปลี่ยนท่าผู้ป่วยเป็นระยะ

ควรพลิกตัวหรือเปลี่ยนท่าทุก 2–3 ชั่วโมง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดแรงกดทับ

ยกแขนหรือขาให้สูงขึ้น

ใช้หมอนรองบริเวณขาหรือแขน เพื่อช่วยให้ของเหลวไหลกลับได้ดีขึ้น

ขยับนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือทำกายภาพเบา ๆ

แม้ผู้ป่วยจะขยับเองไม่ได้ ผู้ดูแลสามารถช่วยขยับข้อต่อเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

ลดอาหารเค็ม

อาหารเค็มทำให้ร่างกายคั่งน้ำมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป หรืออาหารสำเร็จรูป

ดูแลผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ

ผิวหนังบริเวณที่บวมมักเปราะบางและเกิดแผลได้ง่าย ควรหมั่นสังเกตสีผิว ความชื้น และแรงกดทับ

ผู้ป่วยติดเตียงบวม ควรกินยาขับปัสสาวะเองหรือไม่?

ไม่ควรซื้อยาขับปัสสาวะมารับประทานเอง เพราะอาการบวมแต่ละสาเหตุใช้แนวทางรักษาต่างกัน หากใช้ยาไม่เหมาะสม อาจเกิดภาวะขาดน้ำ ความดันตก หรือเสียสมดุลเกลือแร่ได้

การประเมินโดยแพทย์หรือพยาบาลจะช่วยวางแผนการดูแลได้เหมาะสมและปลอดภัยมากกว่า

อาการบวมในผู้ป่วยติดเตียง ไม่ใช่เรื่องเล็ก

แม้อาการมือบวม เท้าบวม จะพบได้บ่อยในผู้ป่วยติดเตียง แต่ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องของการนอนนานเสมอไป เพราะบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ ไต ตับ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

สำหรับครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด การเปลี่ยนท่าอย่างสม่ำเสมอ และการปรึกษาแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ จะช่วยลดความเสี่ยงของแผลกดทับ การติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้อย่างมาก

หากผู้ป่วยมีอาการบวมต่อเนื่อง บวมมากขึ้น หรือมีอาการผิดปกติร่วม ควรรีบเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงโดยเร็ว

อีเมลหาเรา

โทรหาเรา

Contact