5 อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ พร้อมวิธีป้องกันที่ทำได้จริงในบ้าน
5 อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ และวิธีป้องกันในบ้าน
เมื่ออายุมากขึ้น ผู้สูงอายุ มักมีสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยและเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง ทำให้อุบัติเหตุในผู้สูงอายุกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกครอบครัวกังวลใจ จากข้อมูลการสำรวจพบว่าผู้สูงวัยกว่า 1 ใน 3 มีโอกาสพลัดตกหกล้มอย่างน้อยปีละครั้ง และหลายครั้งนำไปสู่อาการบาดเจ็บรุนแรง เช่น กระดูกสะโพกหัก จนต้องเข้ารับการผ่าตัด การดูแลป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คนที่คุณรักปลอดภัยและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ บทความนี้ได้รวบรวม 5 อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยที่สุดในผู้สูงอายุ พร้อมวิธีป้องกันที่สามารถทำได้จริงภายในบ้าน มาฝากทุกครอบครัว
1. พลัดตกหกล้ม
การพลัดตกหกล้ม ถือเป็นอุบัติเหตุอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้สูงอายุ สาเหตุหลักมาจาก
- ร่างกายที่ทรงตัวได้ไม่ดี
- สายตาและการได้ยินที่ถดถอย
- สิ่งแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น พื้นลื่น ทางเดินมีสิ่งกีดขวาง หรือแสงสว่างไม่เพียงพอ
อุบัติเหตุหกล้มสามารถรุนแรงถึงขั้นกระดูกหักหรือกระทบกระเทือนศีรษะได้ จากรายงานพบว่าการหกล้มเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตในผู้สูงวัยไทย
วิธีป้องกัน: จัดบ้านให้ปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงการหกล้ม อย่างจริงจัง เช่น เก็บของให้เป็นระเบียบ ไม่วางของรกหรือสายไฟขวางทางเดิน ติดตั้งราวจับ ในจุดสำคัญอย่างห้องน้ำและบันได ปูพรมหรือแผ่นยางกันลื่นบริเวณพื้นห้องน้ำและพื้นที่เปียก หลีกเลี่ยงการใช้พรมหรือวัสดุปูพื้นที่ลื่นไถลง่าย นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายเบาๆ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการทรงตัว หากผู้สูงอายุมีปัญหาเดินไม่มั่นคง ควรใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น ไม้เท้าหรือ Walker เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
คำแนะนำ: สำหรับผู้สูงอายุที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดสะโพกหรืออยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังกระดูกหัก ควรดูแลเป็นพิเศษเพราะมีความเสี่ยงในการล้มซ้ำสูงมาก แนะนำให้มีคนในครอบครัวหรือผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงแรกหลังผ่าตัด เพื่อช่วยพยุงและช่วยเหลือทันทีเมื่อจำเป็น
2. อุบัติเหตุจากไฟไหม้และน้ำร้อนลวก
อีกอุบัติเหตุที่พบบ่อยคือการโดนไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก โดยเฉพาะในห้องครัวและห้องน้ำ ผู้สูงอายุอาจมีประสาทรับความร้อนที่ช้าลงหรือเคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากความร้อนได้ง่าย เช่น น้ำร้อนในฝักบัวที่ร้อนเกินไป หรือการเอื้อมหยิบภาชนะร้อนโดยไม่ทันระวัง อุบัติเหตุเหล่านี้อาจทำให้ผิวหนังเกิดแผลไฟไหม้รุนแรงและเสี่ยงติดเชื้อได้
วิธีป้องกัน: ตรวจสอบอุปกรณ์ให้ความร้อนภายในบ้านอยู่เสมอ เช่น
- ห้องน้ำ:
- ตั้งอุณหภูมิเครื่องทำน้ำอุ่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่ร้อนจนเกินไป
- ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวง
- ทดสอบอุณหภูมิน้ำด้วยมือหรือข้อศอกก่อนอาบน้ำให้ผู้สูงอายุทุกครั้งเพื่อป้องกันน้ำลวกผิวหนัง
- ห้องครัว:
- ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟและบริเวณที่เสี่ยงเกิดไฟไหม้
- หันด้ามหม้อและกระทะเข้าด้านใน เตาอยู่เสมอเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน
- วางผ้าจับของร้อนหรือถุงมือกันความร้อนไว้ใกล้เตาเพื่อให้หยิบใช้สะดวก
- ตรวจดูเตาแก๊ส/เตาไฟฟ้าทุกครั้งหลังปรุงอาหารว่าได้ปิดเรียบร้อยแล้ว
3. การสำลักอาหารและอาหารติดคอ
การสำลักอาหารหรืออาหารติดคอเป็นอีกภัยใกล้ตัวที่เกิดได้บ่อยกับผู้สูงวัย เนื่องจากระบบการเคี้ยวและการกลืนเสื่อมประสิทธิภาพ บางคนฟันไม่ครบหรือมีปัญหากลืนยาก ทำให้มีโอกาสสำลักขณะรับประทานอาหารสูง หากเศษอาหารหลุดเข้าไปในปอดอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือนำไปสู่ปอดอักเสบได้
วิธีป้องกัน: ควรใส่ใจเรื่องอาหารการกินของผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ทุกมื้ออาหาร ควรหั่นอาหารให้เป็นชิ้นเล็ก เคี้ยวง่าย หรือปรุงให้อ่อนนุ่มเพื่อให้กลืนสะดวก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโอกาสติดคอง่าย เช่น เนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่หรืออาหารที่แข็งและแห้ง ควรดูแลให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน และนั่งตัวตรงขณะรับประทาน ลูกหลานควรนั่งใกล้ชิดเพื่อสังเกตอาการ หากผู้สูงวัยมีปัญหาการกลืนมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับประเภทอาหารหรือทำการฝึกกลืนกับนักบำบัด นอกจากนี้ ควรเรียนรู้วิธีช่วยเหลือเมื่อเกิดการสำลัก เช่น วิธี Heimlich (การกดกระแทกที่หน้าท้อง) เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน
4. บาดเจ็บจากของมีคม
การบาดเจ็บจากของมีคมในบ้าน เช่น การโดนมีดบาดหรือของแหลมทิ่มแทง สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะขณะทำครัวหรือทำงานบ้าน ผู้สูงวัยบางคนอาจหยิบจับอุปกรณ์ไม่ถนัดหรือมีสายตาพร่ามัว เมื่อใช้มีด กรรไกร หรือเครื่องมือคมๆ จึงเสี่ยงเกิดบาดแผลได้ง่าย อีกทั้งการเก็บของมีคมปะปนกับของใช้อื่นโดยไม่มีปลอกครอบก็เพิ่มโอกาสให้ถูกบาดโดยไม่ตั้งใจ
วิธีป้องกัน: จัดสรรพื้นที่เก็บอุปกรณ์ของมีคมให้เป็นสัดส่วนและเก็บให้มิดชิด เช่น
- ใช้ปลอกครอบใบมีดและเก็บมีดกับกรรไกรไว้ในลิ้นชักที่มีตัวล็อก
- หลีกเลี่ยงการวางปะปนกับของใช้อื่นที่หยิบใช้บ่อย เพื่อลดความเสี่ยงหยิบผิด
- หากผู้สูงอายุจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์มีคม ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น สวมถุงมือกันบาด และควรมีผู้ดูแลคอยอยู่ใกล้ชิดในขณะใช้งาน ตรวจสอบให้บริเวณที่ทำงานมีแสงสว่างเพียงพอ ผู้สูงวัยจะได้มองเห็นชัดเจนและใช้อุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย
5. อุบัติเหตุจากไฟฟ้าช็อต
ไฟฟ้าช็อตหรือไฟฟ้าดูดเป็นอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในบ้านที่มีระบบไฟฟ้าชำรุดหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพังอาจไม่ได้ระวังเมื่อใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น สายไฟที่ฉนวนขาด ปลั๊กพ่วงที่เสียบอุปกรณ์ไฟฟ้ามากเกินไป หรือการเปิดปิดสวิตช์ไฟขณะมือเปียก หากเกิดไฟรั่วไหลผ่านร่างกาย ย่อมเสี่ยงบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น
วิธีป้องกัน: ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ หากพบสายชำรุดหรือเปลือยควรเปลี่ยนใหม่ทันที ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (Safety breaker) และเครื่องตัดกระแสไฟอัตโนมัติ ในวงจรไฟฟ้าของบ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร จัดเก็บสายไฟให้เป็นระเบียบ ไม่วางพาดบนพื้นหรือทางเดินเพื่อลดการสะดุดล้ม และแยกปลั๊กไฟออกจากบริเวณที่มีน้ำอย่างห้องน้ำหรืออ่างล้างหน้า ควรย้ำเตือนผู้สูงวัยให้ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งก่อนซ่อมหรือทำความสะอาดอุปกรณ์ไฟฟ้า และติดตั้งระบบไฟแสงสว่างอัตโนมัติในทางเดินหรือห้องน้ำตอนกลางคืน เพื่อลดโอกาสที่ผู้สูงอายุจะเดินในความมืดแล้วเผลอสัมผัสสวิตช์ไฟฟ้าขณะมือเปียก
บทสรุป
อุบัติเหตุในผู้สูงอายุสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในบ้าน แต่การปรับสภาพแวดล้อมและใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิดจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้มาก ครอบครัวควรตระหนักถึงข้อจำกัดทางร่างกายของผู้สูงวัย เช่น การมองเห็นที่แย่ลง การเคลื่อนไหวช้าลง และเตรียมพร้อมรับมือด้วยการจัดบ้านให้ปลอดภัยล่วงหน้า การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข เพราะการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ เช่น ติดราวจับ พื้นกันลื่น หรือการดูแลเรื่องโภชนาการ สามารถลดความเสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงลงได้ ที่สำคัญ หากครอบครัวไม่สามารถดูแลผู้สูงวัยได้ตลอดเวลา การใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีการดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนอุ่นใจมากขึ้น
บทความที่คุณอาจสนใจ
5 เคล็ดลับสร้างกิจวัตรผู้สูงอายุ ปลอดภัยจากการหกล้มไม่ควรพลาด
หลักสำคัญในการเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้คนที่คุณรักได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
6 สัญญาณเตือนรอบเตียง ผู้สูงอายุติดเตียงเริ่มเสี่ยงทรุดซ้ำ