มารู้จักภาวะกลืนลำบากในผู้สูงอายุ กับ 5 วิธีแก้ปัญหา

สาเหตุภาวะการกลืนลำบากในผู้สูงอายุ

การกลืนในผู้สูงอายุมี 3 ระยะ
1.ระยะช่องปาก
ผู้สูงอายุจะมีการรับความรู้สึกที่ลดลง เช่น รสชาติอาาร อุณหภูมิ เเละการสัมผัสต่อเนื้ออาหาร ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่ออาหารได้ง่าย การไม่มีฟัน เเละกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหารลดลง ทำให้ ต้องใช้เวลานานในการเคี้ยวอาหาร ทำให้กระบวนการเตรียมอาหาร เเละการขนส่งผ่านอาารใช้เวลานานขึ้น เเละประสิทธิภาพลดลง จึงต้องมีการกลืนหลายครั้งกว่าอาารจะหมดออกจากช่องปาก
2.ระยะคอหอย
ปฏิกิริยาการตอบสนองทางการกลืนที่คอหอยจะเกิดช้ากว่าคนหนุ่มสาว ทำให้อาหารอยู่ในระยะคอหอยนาน จึงมีความเสี่ยงสูงในการเกิดการสำลักอาหาร
3.ระยะหลอดอาหาร
ระยะเวลาที่หูรูดของหลอดอาหารส่วนต้นจะเปิดช้าลง จึงมีอาหารเหลือค้างที่คอหอย เสี่ยงต่อการสำลักเข้าทางเดินหายใจ เเรงบีบไล่อาหารของลอดอาหารจะลดลง หากผู้สูงอายุหรือคนแก่ล้มตัวลงนอนหลังรับประทานอาหารอิ่ม จะทำให้อาหารค้างอยู่ในหลอดอาหาร
กลืนลำบาก ส่งผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุอย่างไร
ผู้สูงอายุหรือคนแก่ที่มีภาวะกลืนลำบากจะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในเรื่องการขาดน้ำ ขาดสารอาหาร และน้ำหนักลด เพราะผู้ป่วยมักหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารเพราะกลัวการสำลักหรือรู้สึกว่ากลืนลำบาก ภาวะขาดอาหารและปอดอักเสบ จนเป็นเหตุให้ร่างกายอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะภาวะติดเชื้อในปอดและระบบทางเดินหายใจจากการสำลักน้ำหรืออาหาร
วิธีแก้ปัญหาภาวะกลืนลำบากของผู้สูงอายุ
1. ปรับอาหาร ควรเลือกชนิดของอาหารที่ใช้ในการฝึกกลืนอย่างเหมาะสม ได้แก่อาหาร อาหารเหลวย่อยง่าย โดยแบ่งอาหารที่ใช้ในการฝึกกลืนสำหรับผู้ป่วยกลืนลำบากเป็น 4 ระดับ ได้แก่
อาหารระดับ 1: อาหารปั่นข้น เนื้อเดียวกัน เกาะกันเป็นก้อน ไม่มีน้ำ และไม่จำเป็นต้องบดเคี้ยว (pureed) เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากปานกลางถึงมาก
อาหารระดับ 2: อาหารปั่นข้นปานกลาง ถึงมาก เนื้อนุ่มเกาะกันเป็นก้อนได้ง่าย และต้องการการบดเคี้ยว (semisolid)
อาหารระดับ 3: อาหารอ่อน เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย (softsolid) เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบากเล็กน้อย
อาหารระดับ 4: อาหารปกติ
2. ใช้เทคนิคช่วยกลืน โดยให้ผู้สูงอายุนั่งตัวตรง 90 องศา ซึ่งจะทำให้อาหาร และน้ำที่อยู่ในระยะช่องปากไม่เข้าสู่ระยะคอหอยเร็วเกินไป ลดการสำลักอาหารออกทางจมูก ทางเดินอาหารทั้งคอหอย
3. ปรับอุปกรณ์ที่ใช้รับประทานอาหารเลือกใช้ช้อนที่มีขนาดเล็กลง และหลุมไม่ลึก ทำให้ปริมาณการรับประทานอาหารต่อคำลดลง รวมถึงปริมาณน้ำที่น้อยลงในแต่ละคำจะช่วยลดอาการสำลักได้
4. การดูแลสุขภาพช่องปาก การดูแลสุขภาพช่องปากจะลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากและลดความเสี่ยงของการเกิดปอดอักเสบจากการสำลัก ทำได้โดยพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
5. บริหารกล้ามเนื้อโดยทำท่าบริหารครั้งละ 5 - 10 ครั้ง โดยทำก่อนรับประทานอาหาร โดยมีท่าบริหารกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืนดังนี้
การบริหารริมฝีปากแก้มและเผดานอ่อน

การบริหารลิ้น
การบริการเส้นเสียง
ออกเสียง “อา,อี,อู” อย่างละ 10 ครั้ง
ออกเสียง “คาคาคา” ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ออกเสียง “รารารา” ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ภาวะกลืนลำบากเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากผู้ดูแลไม่ใส่ใจเรื่องการกินจะส่งผลร้ายต่างๆตามมา ทางศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมายลักษณ์เนอร์ซิ่งโฮม ยังมีการดูแลเรื่อง การกินของผู้ป่วยด้วย โดยจะมีนักโภชนาการควบคุมการจัดเตรียมอาหารให้เหมาะสมต่อความต้องการ สุขภาพร่างกายของแต่ละคน และยังให้ความสำคัญกับความสะอาดมากๆ อีกด้วย นอกจากนี้ทางศูนย์ดูแล ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้ป่วยอีกด้วย
บทความที่คุณอาจสนใจ

สมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุ

โรคหัวใจในผู้ป่วยสูงอายุ

อย่าปล่อยให้ผู้สูงอายุล้ม เพราะอาจเกิดปัญหาต่างๆตามมา

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ

วิธีแก้ปัญหาผู้ป่วยติดเตียงเบื่ออาหาร
