ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว มีความเสี่ยงอะไรบ้าง? สิ่งที่ครอบครัวควรรู้
ผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ผู้สูงอายุหลายคนยังสามารถ ใช้ชีวิตอยู่บ้านด้วยตัวเองได้อย่างมีความสุขและเป็นอิสระ การอยู่คนเดียวจึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันตรายเสมอไป
อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น การมองเห็น การได้ยิน ความแข็งแรง การทรงตัว ความจำ หรือโรคประจำตัวอาจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้สิ่งที่เคยทำได้ง่าย ๆ เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะหากไม่มีใครอยู่ใกล้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ครอบครัวจึงควรสังเกตความเสี่ยงสำคัญเหล่านี้
1. หกล้มแล้วไม่มีคนช่วยเหลือ
การหกล้มเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุสำคัญของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในห้องน้ำ บันได หรือขณะลุกจากเตียง
ข้อมูลจาก CDC พบว่า ผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 1 ใน 4 รายมีประวัติหกล้มในแต่ละปี และการหกล้มอาจนำไปสู่กระดูกสะโพกหัก การบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง
หากผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียง “การล้ม” แต่คือ หลังจากล้มแล้วอาจไม่มีคนพบหรือให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
2. เกิดเหตุฉุกเฉินแต่ไม่มีใครสังเกต
อาการบางอย่าง เช่น Stroke หัวใจขาดเลือด หายใจลำบาก หน้ามืด หรือหมดสติ สามารถเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวอาจไม่สามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ทัน โดยเฉพาะหากมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ความจำ หรือการสื่อสาร
ดังนั้น หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวหลายโรคหรือเคยมีเหตุฉุกเฉินมาก่อน ครอบครัวควรวางระบบติดตามและช่องทางขอความช่วยเหลือให้ชัดเจน
3. ลืมกินยา หรือกินยาซ้ำ
ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องรับประทานยาหลายชนิดในแต่ละวัน การศึกษาด้านการจัดการยาในผู้สูงอายุพบว่า ผู้ที่อยู่ตามลำพังอาจมีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการใช้ยาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาด้านความจำหรือการมองเห็นร่วมด้วย
ตัวอย่างที่พบได้ เช่น ลืมกินยา กินผิดเวลา หรือจำไม่ได้ว่ากินยาไปแล้วจึงกินซ้ำ
4. รับประทานอาหารไม่เพียงพอ
เมื่ออยู่บ้านคนเดียว ผู้สูงอายุบางรายอาจเริ่ม ทำอาหารน้อยลง รับประทานอาหารซ้ำ ๆ หรือข้ามมื้ออาหาร
งาน systematic review เกี่ยวกับผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารตามลำพังพบว่า งานวิจัยหลายชิ้นพบความสัมพันธ์กับ คุณภาพอาหารที่ลดลง ความหลากหลายของอาหารน้อยลง รวมถึงความเสี่ยงต่อการลดน้ำหนักและภาวะเปราะบาง
ครอบครัวจึงควรสังเกตทั้งน้ำหนัก ความอยากอาหาร และอาหารที่ผู้สูงอายุรับประทานจริงในแต่ละวัน
5. ความเหงาและการแยกตัวจากสังคม
การอยู่คนเดียวไม่ได้หมายความว่าจะต้องเหงา แต่หากผู้สูงอายุ แทบไม่ได้พบหรือพูดคุยกับผู้อื่นเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะ Social Isolation หรือการแยกตัวทางสังคม
องค์การอนามัยโลกพบว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุทั่วโลกมีภาวะแยกตัวทางสังคม และหลักฐานจำนวนมากเชื่อมโยงภาวะนี้กับสุขภาพกาย สุขภาพจิต การรับรู้ และคุณภาพชีวิตที่แย่ลง
การมีกิจกรรม การพูดคุยกับผู้อื่น และการมีสังคมจึงเป็นส่วนสำคัญของ การดูแลผู้สูงอายุ ไม่แพ้เรื่องอาหารหรือยา
แล้วผู้สูงอายุแบบไหนที่ไม่ควรอยู่บ้านคนเดียว?
สิ่งที่ควรประเมินไม่ใช่เพียงอายุ แต่คือ ความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันและความปลอดภัย
หากเริ่มพบว่า ผู้สูงอายุ หกล้มบ่อย เดินไม่มั่นคง ลืมกินยา หลงลืม เปิดแก๊สหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ ไม่สามารถอาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำเองได้ รับประทานอาหารน้อยลง หรือมีโรคที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ครอบครัวควรพิจารณาเพิ่มระดับการดูแล
ทางเลือกอาจเริ่มตั้งแต่ให้ญาติแวะมาดูแล จ้างผู้ดูแลที่บ้าน ไปจนถึงพิจารณา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่สามารถดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
เป้าหมายไม่ใช่การลดความเป็นอิสระของผู้สูงอายุ แต่คือ หาจุดสมดุลระหว่างความเป็นอิสระ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคน
บทความที่คุณอาจสนใจ
ข้อควรระวังในการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย
เสริมสร้างสุขภาพจิตให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง
การเลือกศูนย์ดูแลผู้ป่วยและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ดี ต้องดูอะไรบ้าง
การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด